มงคล สิมะโรจน์

ประธานกรรมการ

ปี 2562 เศรษฐกิจไทยเติบโตประมาณร้อยละ 2.4 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีปัจจัยลบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะภาคการส่งออกได้ รับผลกระทบโดยตรงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่ดี ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปี เศรษฐกิจไทยเติบโตเพียงร้อยละ 1.6 จึงทำให้เห็นแนวโน้มว่า ปี 2563 น่าจะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับภาคธุรกิจ เดิมคาดกันว่าจะมีมาตรการทางภาครัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นในปี 2563 ให้เติบโตต่อไปได้ แต่ในช่วงต้นปี กลับเกิดการระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้เครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย คือ ภาคการท่องเที่ยว ต้องสะดุดลง ทั้งที่เป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่สำคัญ และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่ชัดว่าผลกระทบจะทวีความรุนแรงขนาดไหน เพราะเชื้อโรคได้กระจายไปหลายประเทศแล้วได้แต่หวังว่า ทุกประเทศจะร่วมมือกันและสามารถควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้เร็วที่สุด หากไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติม คาดการณ์กันว่าปี 2563 เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเติบโตอยู่ในระดับเพียงร้อยละ 1.5 - 2.5 ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ ทางภาคธุรกิจจึงต้องระมัดระวังในการขายสินค้า บริการ และการลงทุนต่างๆ เป็นอย่างมาก เพราะหนี้เสียในระบบน่าจะมีแนวโน้มสูงมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ

ในปี 2562 ราคาน้ำมันตลาดโลกได้ทยอยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากฐานราคาน้ำมันที่ต่ำในช่วงต้นปีจากประมาณ 58 ดอลล่าร์สหรัฐ/บาร์เรล (Dubai) ขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 65 ดอลล่าร์สหรัฐ/บาร์เรล ในตอนปลายปี 2562 แต่ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี ก็ยังคงต่ำกว่าปี 2561 สำหรับแนวโน้มปี 2563 เดิมคาดการณ์กันว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2562 เล็กน้อย อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นปีมีเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาอันสั้น แต่หลังจากนั้นราคาก็ลดลงอย่างมาก เพราะมีการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้กังวลกันว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะสะดุด โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นต้นทางของการระบาด ทำให้ความต้องการในการใช้น้ำมันอาจจะไม่ได้เติบโตตามคาด ในปี 2563 จึงน่าจะเป็นปีที่ราคาน้ำมันมีการแกว่งตัวมาก เพราะมีข่าวต่างๆ พร้อมที่จะเข้ามาส่งผลต่อราคาน้ำมันได้ตลอดเวลา จึงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2562 ปริมาณการขายน้ำมันสำเร็จรูป 1,394 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นจาก 1,259 ล้านลิตร ในปี 2561 ในอัตราร้อยละ 10.7 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทฯ ได้ตั้งไว้ที่ร้อยละ 8 โดยการเติบโตหลักมาจากยอดขายน้ำมันอากาศยาน ที่เติบโตจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 29 เนื่องมาจากการขยายตลาด ได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ส่วนยอดค้าปลีกน้ำมันในประเทศของ บริษัทฯ และยอดส่งออก เติบโตที่ร้อยละ 2 และร้อยละ 3.6 ตามลำดับ ถือว่าภาพรวมบริษัทฯ ทำได้บรรลุเป้าหมาย ในขณะปี 2562 ยอดการใช้น้ำมันสำเร็จรูปโดยรวมในประเทศเติบโตเพียงร้อยละ 1.2 เท่านั้น สำหรับปี 2563 คาดการณ์กันว่าอัตราการใช้น้ำมัน ในประเทศจะเติบโตที่ประมาณร้อยละ 1.8 โดยบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายภาพรวมการเติบโตของยอดขายน้ำมันของบริษัทฯ ไว้ที่ร้อยละ 8 เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2563 มีปัจจัยลบเรื่องการระบาดของไวรัสที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก บริษัทฯ ยังคงต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อการลงทุนต่างๆ ให้มีความเหมาะสมต่อไป จึงนับเป็นปีที่ท้าทายภาคธุรกิจอย่างมาก

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2562 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 28,144 ล้านบาท ใกล้เคียงปี 2561 ที่มีรายได้ 28,245 ล้านบาท ทั้งที่ยอดขายจำนวนลิตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 เนื่องจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยในปี 2562 ต่ำกว่าปี 2561 โดยที่บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105 ล้านบาทจากปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 283 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่า ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯ ยังคงเติบโตไปได้ด้วยดี

สำหรับปี 2563 บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายจำนวนสถานีบริการเพิ่มขึ้นอีก 10 - 20 แห่ง และยังคงใช้กลยุทธ์การเลือกทำเลเปิดสถานีบริการที่เป็นลักษณะชุมชนเมือง และสร้างฐานลูกค้าประจำ เพื่อให้ขยายกิจการได้อย่างมั่นคง และยังคงเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อให้บริการต่างๆ ในสถานีบริการของบริษัทฯ มีความหลากหลาย และดึงดูดผู้บริโภคให้มากขึ้น ทั้งร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านกาแฟชั้นนำ และร้านอาหาร ตามศักยภาพของแต่ละสถานี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่นับวันจะมีความต้องการที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น บริษัทฯ ได้จัดให้มีการสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าด้วยระบบ SUSCO Smart Member โดยการใช้เบอร์โทรศัพท์เป็นหมายเลขสมาชิกสำหรับการสะสมคะแนนไว้แลกของรางวัลมากมาย เพื่อจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

ในนามของคณะกรรมการ ข้าพเจ้าใคร่ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้า คู่ค้า สถาบันการเงิน และผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ได้เกื้อกูลกิจการของกลุ่มบริษัทด้วยดีเสมอมา ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานที่ได้ทุ่มเททำงานให้กลุ่มบริษัทฯ มีความเจริญเติบโตยิ่งขึ้นมาโดยตลอด ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความสนับสนุนจากทุกท่านด้วยดีเช่นนี้ต่อไป เพื่อให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัทยังคงเติบโตและมีความมั่นคงสืบต่อไป